ครัวอัปษร
 สาขา ถนนสามเสน (ท่าวาสุกรี)
 สาขา ถนนดินสอ (เสาชิงช้า)
 สาขา ถนนสนามบินน้ำ (นนทบุรี)
 สาขา กาญจนาภิเษก (ถนนกาญจนาภิเษก)
 สาขา ราชพฤกษ์ (ถนนราชพฤกษ์)
 สาขา นครอินทร์ (แอบแซ่บ)
 รายการอาหาร (Food Menu)
    นานาสาระ
กินอย่างไรให้ผอม
สารให้ความหวานในอาหาร
กินอย่างไรให้สุขภาพดี
วันนี้คุณกินข้าวเช้าหรือยัง
เผย 28 เคล็ดลับ
ลดน้ำหนักด้วยอาหารไทย
ดูแลสุขภาพด้วยแป้งและผัก
กินผลไม้ถูกเวลา...เพิ่มคุณค่า
ลดน้ำหนักให้เหมาะกับตัวเอง
ยอดอาหารคงความอ่อนเยาว์
10 สารต้านอนุมูลอิสระ 10 สารต้านอนุมูลอิสระ
ไดเอท แต่ไม่อด
อาหารทำลายกระดูก
ปรับสมดุลชีวิตง่ายๆด้วยตัวเอง
7 สูตรเพิ่มความฉลาด
งา เมล็ดจิ๋ว แจ๋วด้วยคุณค่า
หม่ำปลาทะเล เสริมความจำ
อาหารเผาผลาญไขมัน
บริหารลมหายใจ
มะเขือเทศ มหัศจรรย์
อาหาร 6 ชนิด พิชิตไขมัน
อาหารกับโรคมะเร็ง อาหารกับโรคมะเร็ง
    เว็บไซด์ที่เกี่ยวข้อง
หมึกแดง
EDT Guide
โหยหิว หิ้วท้อง ชวนกิน
Eating Out Loud
จัดจ้าน เข้มข้น ถึงรสเมนูไทย
Austin Bush Photography
1 ใน 50 ร้านที่อร่อยที่สุดในโลก
ร้านอาหารไทย อร่อยแรง
Open Rice
ครัวคุณต๋อย ช่อง 3
CNN Travel
The New York Times
The Observer
    WEB LINK
We Love the King We Love Thailand
FACEBOOK @ครัวอัปษร Kruaapsorn
รีวิว จาก Wongnai ถึง ครัวอัปษร
รีวิว จาก Tripadvisor ถึง ครัวอัปษร
INSTAGRAM #KRUAAPSORN
    สถิติผู้เยี่ยมชม
    สถิติเข้าชมขณะนี้
5 Users online
โซ้ย.. ไทยรัฐ

อเมซซิ่ง!...เนื้อปูผัดพริกเหลือง..

โดย  ไทยรัฐ  วันที่  12 ต.ค. 51 - 18:02
 
ครัวอัปสร สามเสน แก๊สน้ำตาสลาย แซบกระจายเหมือนเดิม

            สถานการณ์การเมืองที่วูบไหวยิ่งกว่ากิ่งไผ่กลางพายุฝน ในฐานะที่เป็นคนไทยเจ๊แซบขอแสดงความเสียใจไปยังผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 2551 และขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้พี่น้องชาวไทยฝ่าฟันวิกฤติไปได้อย่างเข้มแข็ง!

            เพียงหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ เจ๊แซบบังเอิ๊ญ... บังเอิญได้ไปลิ้มลองของดี ของเด่น เป็นที่เชิดหน้า ชูตาของผู้คนในย่านสามเสน บริเวณท่าน้ำวาสุกรีที่อยู่ไม่ห่างรัฐสภา ตามคำแนะนำของน้องชายหน้าตาดี แต่ไม่ประสงค์จะออกนาม (หุหุ) เป็นร้านอาหารขนาดกะทัดรัด ตกแต่งอย่างเรียบง่าย สะอาดตา มีโต๊ะอยู่จำนวนไม่มาก พอนั่งได้ไม่ แออัด ชื่อ “ร้านครัวอัปษร” ของ “คุณน้าเล็ก” ผู้พี่ และ “คุณน้าแดง” หรือ “คุณน้าอัปษร” ผู้น้อง ทั้งสองคนเติบโตในครอบครัวที่รักการโซ้ยเป็นชีวิตจิตใจ และไม่ใช่การโซ้ยธรรมดา แต่เป็นการ “โซ้ยอย่างมีปัญญา” และพิจารณาอาหารอย่างละเอียด จนกลายเป็นภูมิความรู้คู่ครัวติดตัวมาตลอด จน กระทั่งตัดสินใจเปิดร้านอาหารเล็กๆ แต่เด็ดขาด ทั้งรสชาติ ความสะอาด และการบริการ ใช้เวลาไม่นานสร้างฐานความนิยมออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง!

           “ตอนแรกเปิดร้านคนน้อยครับ ไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไหร่ ส่วนมากเป็นเพื่อนๆของคุณน้าแดง และคุณแม่เล็กมาทานกันเองมากกว่า และเป็นข้าราชการในส่วนของหน่วยราชการต่างๆ หรือส่วนที่ตามเสด็จพระพี่นางด้วยกันกับคุณน้า แล้วก็ค่อยๆมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนตอนนี้เพิ่งขยายร้าน แล้วก็เพิ่มสาขาที่สองแล้วครับ จริงๆร้านเราเปิดมาได้ แค่ 10 ปี แต่คนส่วนใหญ่ จะคิดว่าร้านเปิดมานานกว่านั้น พอดีว่าสภาพตึกตรงที่อยู่มันดูเก่าๆ ร้านเราก็เลยดูขลัง... (ฮา)” คุณพี่อาร์ตลูกชายคุณน้าเล็กทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ร้าน พ่วงตำแหน่งผู้จัดการสาขา 2 ในคราวเดียวกัน

           เมนูอาหารส่วนใหญ่ในร้านไม่ได้ แปลกพิสดารเกินการคาดเดา เป็นเมนูที่เราๆ ท่านๆ คุ้นชิน กินกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ที่ร้านนำมาดัด บิด เติมโน่นนิด นี่หน่อย จนอร่อยเป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญสะอาด และเป็นกันเอง

           รายการแรกที่กระแทกใจเจ๊ตั้งแต่เห็นชื่อคือ “เนื้อปูผัดพริกเหลือง” เป็นเนื้อปูล้วนๆ คัดมาอย่างดี จากขาประจำหลายๆที่ คุณน้าสั่งให้เลือกอย่างดีที่สุด แกะเป็นคำๆ เนื้อแน่นๆ รสหวานนุ่ม ผัดกับพริกเหลืองซอยเป็นเส้นเล็กๆ และถั่วฝักยาวต้นเล็กๆกรอบๆ ผัดเร็วๆไม่ให้ผักสลบ ปรุงจนรสกลมกล่อม กินกับข้าวสวยร้อนๆ ตักใส่ปากแล้วค่อยๆเคี้ยว สัมผัสถึงความหวานของเนื้อปู ความเผ็ดร้อนของพริกเหลือง ผสมผสานกับความกรุบกรอบของถั่วฝักยาว โอ้ววว...อร่อยราวกับอาหารจากสวรรค์ของนางอัปสรา!
 
           แซบต่อกับ “หมูอร่อยผัดพริกกะเหรี่ยง” อ๊ะ...อ๊ะ...งงอ่ะดิ...หมูอร่อยเป็นยังไง? เจ๊แซบงงเหมือนกัน จนคุณพี่อาร์ตต้องมาอธิบาย “เป็นหมูธรรมดานี่แหละครับ ไม่ได้หมักอะไรเลย แต่เป็นชื่อเรียกเนื้อหมูส่วนคอที่เราคัดมาอย่างดี และการันตีว่า...อร่อย” เฮ่อ...ง่ายๆกันไป ไม่ต้องตีความให้วุ่นวาย ใครสงสัยว่าอร่อยจริงหรือเปล่าต้องมาลองด้วยตัวเอง !!

            นอกจากหมูอร่อยแล้ว ทางร้านยังมี “ลูกชิ้นอร่อย” !! ไว้คอยบริการ เป็น “ลูกชิ้นปลากราย” เนื้อเหนียว เคี้ยวมันส์ ใช้เนื้อปลา กรายล้วน นวด...นวด...และนวด จนเหนียวหนึบ ลูกค้าประจำกินแล้วติดอกติดใจ เรียกกันไปเองว่า “ลูกชิ้นอร่อย” ตามรอยหมู (ฮา)

             ลูกชิ้นอร่อย หรือลูกชิ้นปลากราย มีอยู่หลายเมนู ทั้ง “แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย” “เขียวหวานปลา กรายผัดแห้ง” “แกงป่าลูกชิ้นปลากราย” และ “ลูกชิ้นปลากรายผัดฉ่า” สั่งมาหม่ำได้ตามใจ

          สำหรับขาโซ้ยรุ่นเล็ก หรือขาโซ้ยที่ไม่ถนัดรสจัด เจ๊ขอแนะนำ “ปีกไก่ทอด” อาหารจานง่ายที่อร่อยมากกกกก... คุณน้าเล็กคัดปีกไก่ขนาดใหญ่ เนื้อแน่น หมักกับเกลือ ซีอิ๊วขาว และน้ำมันเล็กน้อย ทอดไฟกลางจนกรอบนอกนุ่มในไม่อมน้ำมัน รสชาติกำลังดี กินแล้วเพลินจนเกือบหยุดไม่ได้

          ขาโซ้ยหนุ่มๆ ที่พาว่าที่พ่อตาแม่ยายมาหม่ำ เจ๊แนะนำให้สั่ง “กุ้งทอดกระเทียม” มาเอาใจ แค่ยกมาเสิร์ฟก็รู้ว่าไม่ธรรมดา เป็นกุ้งตัวใหญ่ ไซส์กำลังดี การันตีไม่มีขายหน้า ผ่ากลางทอดมาอย่างดี โรยหน้าอีกทีด้วยกระเทียมเจียวหอมกรุ่น อร่อยได้ใจไปเต็มๆ!

          เจ๊แซบขอปิดท้ายรายการคาวด้วย “แกงเหลืองไหลบัว” หรือที่คนภาคกลางเรียกว่า “แกงส้มไหลบัว” แต่ไม่ว่าจะเรียกอะไร...ทั้ง “เหลือง” และ “ส้ม (อมแดง)” ขอให้เป็นคนดีมีสติก็พอ เอ๊ย!! ไม่ใช่ ขอให้วางใจว่าอร่อย (เฮ่อ...เกือบผิดเรื่อง...)

          คอขนมหวานทานคาวอิ่มแล้ว ห้ามพลาด “สาคูถั่วดำมะพร้าวอ่อน” และ “ไอติมกะทิ” เจ๊ไม่รู้จะเขียนบรรยายยังไง เพราะหน้ากระดาษไม่ พอ (ฮา) แต่ขอให้ไปลอง... “ของเค้าดีจริงๆ!!”

          ร้านครัวอัปษรตั้งอยู่ข้างๆ ท่าวาสุกรี ถ้ามาจากสวนดุสิต ร้านอยู่ทางขวามือ หน้าร้านจอดไม่ได้ ต้องอาศัยจอดตามที่จอดต่างๆที่มีให้บริการอยู่รอบๆบริเวณ ทั้งถนนอู่ทองนอกทั้งซ้ายขวาจอดได้ตามเวลากำหนด หรือเข้าไปจอดในสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบ ค่าจอดชั่วโมงละ 10 บาท ถ้าขี้เกียจหาที่จอด มาแท็กซี่ดีที่สุด! ร้านเปิดบริการจันทร-เสาร์ หยุดวันอาทิตย์ อดใจรอหนึ่งวัน เปิดมาวันจันทร์ได้หม่ำแน่ ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้า-หนึ่งทุ่ม ขาโซ้ยที่อยากลองแกงเหลืองไหลบัวต้องรีบมาจองเพราะหมดเร็วมาก เบอร์โทร.0-2668-8788, 0-2241-8528

         ทางร้านยืนยันว่าแม้เกิดเหตุวุ่นวายแต่เปิดขายตามปกติ มาหม่ำได้ไม่ต้องกลัวแขนขาขาดเพราะแก๊สน้ำตา เจ้าค่าเอ๊ยยยยย!
                                                                                              
                                                                                                                       เจ๊แซบ หัวเขียว
 

ที่มา : http://www.nicaonline.com/webboard/index.php?topic=9502.0