ครัวอัปษร
 สาขา ถนนสามเสน (ท่าวาสุกรี)
 สาขา ถนนดินสอ (เสาชิงช้า)
 สาขา ถนนสนามบินน้ำ (นนทบุรี)
 สาขา กาญจนาภิเษก (ถนนกาญจนาภิเษก)
 สาขา ราชพฤกษ์ (ถนนราชพฤกษ์)
 สาขา นครอินทร์ (แอบแซ่บ)
 รายการอาหาร (Food Menu)
    นานาสาระ
กินอย่างไรให้ผอม
สารให้ความหวานในอาหาร
กินอย่างไรให้สุขภาพดี
วันนี้คุณกินข้าวเช้าหรือยัง
เผย 28 เคล็ดลับ
ลดน้ำหนักด้วยอาหารไทย
ดูแลสุขภาพด้วยแป้งและผัก
กินผลไม้ถูกเวลา...เพิ่มคุณค่า
ลดน้ำหนักให้เหมาะกับตัวเอง
ยอดอาหารคงความอ่อนเยาว์
10 สารต้านอนุมูลอิสระ 10 สารต้านอนุมูลอิสระ
ไดเอท แต่ไม่อด
อาหารทำลายกระดูก
ปรับสมดุลชีวิตง่ายๆด้วยตัวเอง
7 สูตรเพิ่มความฉลาด
งา เมล็ดจิ๋ว แจ๋วด้วยคุณค่า
หม่ำปลาทะเล เสริมความจำ
อาหารเผาผลาญไขมัน
บริหารลมหายใจ
มะเขือเทศ มหัศจรรย์
อาหาร 6 ชนิด พิชิตไขมัน
อาหารกับโรคมะเร็ง อาหารกับโรคมะเร็ง
    เว็บไซด์ที่เกี่ยวข้อง
หมึกแดง
EDT Guide
โหยหิว หิ้วท้อง ชวนกิน
Eating Out Loud
จัดจ้าน เข้มข้น ถึงรสเมนูไทย
Austin Bush Photography
1 ใน 50 ร้านที่อร่อยที่สุดในโลก
ร้านอาหารไทย อร่อยแรง
Open Rice
ครัวคุณต๋อย ช่อง 3
CNN Travel
The New York Times
The Observer
    WEB LINK
We Love the King We Love Thailand
FACEBOOK @ครัวอัปษร Kruaapsorn
รีวิว จาก Wongnai ถึง ครัวอัปษร
รีวิว จาก Tripadvisor ถึง ครัวอัปษร
INSTAGRAM #KRUAAPSORN
    สถิติผู้เยี่ยมชม
    สถิติเข้าชมขณะนี้
6 Users online
บริหารลมหายใจ

         การออกกำลังกายจัดได้ว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตให้ยืน ยาว  และหากเอ่ยถึงวิธีการออกกำลังกายด้วยแล้วหลายคนคงนึกถึงกิจกรรมกีฬาหรือการ เต้นออกกำลังกายประเภทต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีกว่าร้อยชนิดให้เลือกปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นกีฬากลางแจ้งหรือใน ร่ม  บนบกหรือในน้ำ  รวมทั้งท้าทายความสนุกสนานหรือผาดโผนก็ตาม  แต่รู้หรือไม่ว่าความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจาก ลักษณะและจังหวะการหายใจของเรานั่นเอง 

         ดังนั้น  “ การหายใจ ”  จึงเป็นการบริหารร่างกายอีกแบบหนึ่งที่ปฏิบัติได้ง่าย  ไม่ซับซ้อน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถปฏิบัติได้เป็นประจำทุกที่ทุกเวลาอย่างเป็นธรมชาติ
หายใจให้ถูกวิธีดีอย่างไร

         เราเคยสังเกตหรือไม่ว่า  เวลาที่เรารู้สึกวิตกกังวลหรือกระวนกระวายใจ  เรามักจะหายใจไม่เต็มปอดหรือนำเอาออกซิเจนเข้าไปสู่ร่างกายในปริมาณที่น้อย กว่าปกติ  เพียงแค่หนึ่งในสามของความสามารถของปอดในการเก็บก๊าซออกซิเจนเท่านั้น  หากเราหายใจเข้าเต็มปอด  ปอดจะขยายถึง 100 ตารางเมตร (4 ตารางหลา)  โดยภายในปอดจะประกอบด้วยถุงลมเล็ก ๆ จำนวน 600-700 ล้านถุง  ซึ่งรอให้ออกซิเจนเข้ามาเติมเต็ม  และในจังหวะที่หายใจเอาออกซิเจนเข้าปอด  ถุงลมจะช่วยนำออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือด  ในการไหลเวียนเลือดหนึ่งรอบนั้น  กระแสเลือดจะส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับออกมาในจังหวะหายใจออก  ซึ่งโดยปกติการหายใจหนึ่งรอบของคนส่วนใหญ่มักไม่สมบูรณ์นัก  คือออกซิเจนเข้ามาแค่ภายในถุงลมบริเวณปอดเท่านั้น  จึงทำให้ก๊าซเสียอย่างคาร์บอนไดออกไซด์บางส่วนยังตกค้างอยู่ภายในร่างกาย  ฉะนั้นการหายใจอย่างถูกวิธีในขณะที่เราทำกิจกรรมใดอยู่ก็ตามจะทำให้เรา รู้สึกสบายและสดชื่นขึ้นภายในชั่วพริบตาเดียว  ยิ่งไปกว่านั้นยังมีส่วนช่วยให้น้ำที่หล่อเลี้ยงภายในร่างกายไหลเวียนได้ อย่างอิสระเต็มที่  ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาคือ  ความงามและสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์นั่นเอง

*** ฝึกหายใจง่ายนิดเดียว

         จากข้อมูลดังกล่าว  เราจึงควรฝึกปฏิบัติการหายใจอย่างถูกวิธีตั้งแต่เวลานี้  ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรอยู่ควรหายใจช้า ๆ ผ่านโพรงจมูกแล้วปล่อยลมหายใจวิ่งลงไปถึงช่องท้อง  พร้อมกับวางมือไว้บริเวณหน้าท้องและทำให้พองเหมือนลูกโป่ง  ในขณะเดียวกันต้องรู้สึกว่าลมหายใจเดินทางขึ้นมาสู่ศีรษะ  กระจายทั่งสมองที่ว่างเปล่า  จากนั้นค่อย ๆ ปล่อยลมหายใจออกมาทางปาก  พยายามทำเช่นนี้หลาย ๆ ครั้ง  แต่อย่าฝืน-เกร็ง  เช่นการยกหัวไหล่ขึ้น  เกร็งคอ  หรือขบกรามแน่น  ลองจินตนาการว่าลมหายใจของเราที่ปล่อยออกมาอย่างเบาสบายนั้นเหมือนกับกระแส ลมที่พัดในวันอันเงียบสงบหากปฏิบัติเช่นนี้ทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาวิตกกังวลกระวนกระวายใจ  แล้วสังเกตว่าเรารู้สึกในทันทีหรือไม่  เช่นตื่นตัว  ผ่อนคลาย  หรือรู้สึกสบายมากขึ้น

         เราสามารถใช้วิธีการหายใจเพื่อระบายความโกรธอันพุ่งพล่านได้ดี เช่นกัน เพียงแค่นั่งหรือยืนหลังตรง  แล้วหายใจลึก ๆ ค้างไว้ประมาณ  15 วินาที  พร้อมกับสะบัดมือและแขน  หลังจากนั้นปล่อยลมหายใจออกอย่างเต็มกำลังจนได้ยินเสียงลมที่ปล่อยออกมา ชัดเจน ถ้าแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ อย่างไรก็ดี  สิ่งสุดท้ายที่เราควรปฏิบัติก่อนนอนเพื่อช่วยให้หลับสนิทก็คือ การนอนหงายบนเตียงตามองเพดานพยายามหลับตา  ทำจิตใจให้สบายและหายใจด้วยจังหวะปกติไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป  โดยนับ 1-4 ในจังหวะหายใจเข้า  แล้วกลั้นลมหายใจไว้ 1 จังหวะ  พอจังหวะหายออกให้นับ 5-6 หรือ 5-8  นอกจากนี้เราอาจจะยังไม่ทราบว่า  การหายใจจะช่วยชะลออัตราการเต้นของหัวใจ  ช่วยให้ความดันโลหิตปกติ  และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรค หัวใจอีกด้วย

บริหารลมหายใจเบื้องต้น

         การหายใจเข้าออกผ่านโพรงจมูกเป็นหลักสำคัญอย่างหนึ่งในการบริหารร่างกายแบบ ชาวตะวันออก  อย่างการเล่นโยคะ  หรือไทชิ  ซึ่งมีจังหวะการหายใจเนิบ ๆ ควบคู่กับท่าทางการเคลื่อนไหวช้า ๆ อย่างต่อเนื่อง  เพราะจะทำให้ผู้เล่นเกิดสมาธิ  จิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังปฏิบัติ  การหายใจได้เต็มปอดทำให้เราจึงรู้สึกปลอดโปร่ง  ที่สำคัญระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานดีขึ้น  โดยสังเกตจากปริมาณเหงื่อที่ไหลออกมาค่อนข้างมากไม่แพ้การเล่นกีฬาประเภทหัก โหมเลยทีเดียว  สำหรับผู้เล่นมือใหม่อาจพบปัญหาในการฝึกช่วงแรก ๆ บ้าง  เช่น  จังหวะการหายใจไม่ค่อยสอดคล้องกับการเคลื่อนไหว  จึงยังไม่ได้ผลลัพธ์น่าพอใจนัก  แต่หากพยายามฝึกต่อไปเรื่อย ๆ จะเกิดความคล่องตัวและมีสมาธิอย่างอัตโนมัติ  อย่างไรก็ตามกิจกรรมในชีวิตประจำวันของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันทำให้การเล่น โยคะหรือไทชิอาจไม่สะดวกสำหรับทุกคนจึงมีผู้เชี่ยวชาญคิดค้นวิธีบริหารลม หายใจง่าย ๆ หลายแบบ  สามารถปฏิบัติได้ระหว่างวันด้วยตนเอง  และให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจเช่นเดียวกับวิธีเหล่านี้

วิธีที่ 1
•   ปิดปากให้สนิท  สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ให้อากาศวิ่งเข้าทั่วร่างกาย  แล้วปล่อยลมหายใจออกมาทางจมูก
•   ให้นิ้วหัวแม่มือขวากดจมูกด้านขวาให้แน่นจนรูจมูกปิด  จากนั้นหายใจเข้าลึก ๆ ผ่านรูจมูกด้านซ้าย
•   กอจมูกซ้ายด้วยหัวแม่มือขวาในลักษณะเดิมแล้วดันหัวแม่มือขึ้นพร้อมกับปล่อยลมหายใจออกทางรูจมูกด้านขวา
•   หยุดพักประมาณ 1 วินาที  ก่อนเริ่มรอบใหม่
•   บริหารลมหายใจด้วยวิธีนี้ซ้ำอีก 2-3 ครั้ง  หลังจากบริหารลมหายใจด้วยวิธีดังกล่าวจะทำให้รู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก

วิธีที่ 2
•   ยืนตรงกางขาเล็กน้อย  เท้าชี้ไปด้านหน้าเข่าตึงสบาย ๆ
•   ตรวจสอบให้ดีก่อนว่าน้ำหนักตัวอยู่ตรงกลางไม่ทิ้งไปที่ข้างใดข้างหนึ่งมาก ไป  จากนั้นเขย่งปลายเท้า  ให้เข่าตึงดึงน้ำหนักไปด้านหน้ายืดลำตัวตรงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
•   จังหวะลงให้ดึงส้นเท้าลงเข่าตึง  พร้อมกับปล่อยลมหายใจออกทางปาก
•   เก็บก้นลงเพื่อให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นแน่นกระชับ  แต่อย่าแอ่นก้นไปด้านหลังพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าทางจมูก
•   หายใจออกทางปากเช่นเดิมพร้อมกับปล่อยกล้ามเนื้อก้นสู่สภาพปกติ
•   เก็บหน้าท้องโดยนึกว่ากำลังดึงหน้าท้องให้ติดสันหลัง  พร้อมกับหายใจเข้าลึก ๆ
•   ขณะสูดลมหายใจเข้าให้จินตนาการว่าตัวเราสูงขึ้น  ศีรษะจรดเพดาน  ตามองตรงไปข้างหน้า  ปล่อยคางกับขบฟันตามสบาย  และทิ้งสบักหลังลง
•   นึกถึงเวลาเราได้ยินข่าวดี  แล้วก้าวเดินเนิบ ๆ ตัวตรง  อกผายไหล่ผึ่ง
•   เดินช้า ๆ อย่างสง่าผ่าเผยพร้อมกับหายใจอย่างนุ่มนวล  ถ้าเป็นไปได้ควรเดินบนพื้นหญ้าหรือพื้นทรายด้วยเท้าเปล่า  โดยเริ่มจากเดินชี้ปลายเท้าตรงไปด้านหน้าประมาณ 5 นาที  จากนั้นเปลี่ยนเป็นเดินลงน้ำหนักที่ปลายเท้าแล้วไล่มาที่ส้นเท้า  ปล่อยสะโพกให้เคลื่อนไหวไปตามธรรมชาติและแกว่งแขนสลับช้า ๆ

วิธีที่ 3
•   เริ่มจากทำจิตใจให้สบาย  นั่งตัวตรง  หงายมือวางบนหัวเข่า  ปล่อยไหล่ตามสบาย  ยืดหลังคอขึ้นและกดคางลงเล็กน้อย  แล้วเอนตัวไปข้างหน้าและข้างหลังไปมาบนเก้าอี้พร้อมกับหายใจเข้า-ออกช้า ๆ
•   ยืนตรงปล่อยหัวไหล่และใบหน้าตามสบายยืดข้อศอกลงและหันฝ่ามือเข้าหาลำตัวใน จังหวะหายใจเข้า  พอจังหวะหายใจออกให้เก็บหน้าท้องพร้อมกับกดสะโพกลง  ยืดหลังคอขึ้นและศีรษะตั้งตรงอย่างสมดุล
•   นั่งตัวตรงแล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจเข้าออกลึก ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ  จะลืมตาหรือหลับตาก็ได้  ปล่อยใบหน้าตามสบาย  และอย่าขบฟันแน่น  ท่านี้สามารถนำไปใช้เวลาซิตอัพได้ดี
•   เพื่อการหายใจที่มีจังหวะสม่ำเสมอ  ควรนับจังหวะการหายใจเข้า-ออกเป็นวินาที  เช่น หายใจเข้านับ 4  และหายใจออกนับ 4  ซึ่งจะทำให้รู้สึกสบาย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก...

1.นิตยสาร MADAME  FIGARO No.21 ฉบับเมษายน 2548

2.เวป formumandme.com