ครัวอัปษร
 สาขา ถนนสามเสน (ท่าวาสุกรี)
 สาขา ถนนดินสอ (เสาชิงช้า)
 สาขา ถนนสนามบินน้ำ (นนทบุรี)
 สาขา กาญจนาภิเษก (ถนนกาญจนาภิเษก)
 สาขา ราชพฤกษ์ (ถนนราชพฤกษ์)
 สาขา นครอินทร์ (แอบแซ่บ)
 รายการอาหาร (Food Menu)
    นานาสาระ
กินอย่างไรให้ผอม
สารให้ความหวานในอาหาร
กินอย่างไรให้สุขภาพดี
วันนี้คุณกินข้าวเช้าหรือยัง
เผย 28 เคล็ดลับ
ลดน้ำหนักด้วยอาหารไทย
ดูแลสุขภาพด้วยแป้งและผัก
กินผลไม้ถูกเวลา...เพิ่มคุณค่า
ลดน้ำหนักให้เหมาะกับตัวเอง
ยอดอาหารคงความอ่อนเยาว์
10 สารต้านอนุมูลอิสระ 10 สารต้านอนุมูลอิสระ
ไดเอท แต่ไม่อด
อาหารทำลายกระดูก
ปรับสมดุลชีวิตง่ายๆด้วยตัวเอง
7 สูตรเพิ่มความฉลาด
งา เมล็ดจิ๋ว แจ๋วด้วยคุณค่า
หม่ำปลาทะเล เสริมความจำ
อาหารเผาผลาญไขมัน
บริหารลมหายใจ
มะเขือเทศ มหัศจรรย์
อาหาร 6 ชนิด พิชิตไขมัน
อาหารกับโรคมะเร็ง อาหารกับโรคมะเร็ง
    เว็บไซด์ที่เกี่ยวข้อง
หมึกแดง
EDT Guide
โหยหิว หิ้วท้อง ชวนกิน
Eating Out Loud
จัดจ้าน เข้มข้น ถึงรสเมนูไทย
Austin Bush Photography
1 ใน 50 ร้านที่อร่อยที่สุดในโลก
ร้านอาหารไทย อร่อยแรง
Open Rice
ครัวคุณต๋อย ช่อง 3
CNN Travel
The New York Times
The Observer
    WEB LINK
We Love the King We Love Thailand
FACEBOOK @ครัวอัปษร Kruaapsorn
รีวิว จาก Wongnai ถึง ครัวอัปษร
รีวิว จาก Tripadvisor ถึง ครัวอัปษร
INSTAGRAM #KRUAAPSORN
    สถิติผู้เยี่ยมชม
    สถิติเข้าชมขณะนี้
3 Users online
10 สารต้านอนุมูลอิสระ 10 สารต้านอนุมูลอิสระ

 1. สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ได้รับการขนานนามว่าเป็นสารซุปเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์มานาน เนื่องจากคุณสมบัติเด่นในด้านการกำจัดอนุมูลอิสระที่สูงกว่าสารแอนตี้ออกซิ แดนท์อื่น ๆ โดยสูงกว่าวิตามินซี 20 เท่า และวิตามินอี 50 เท่า ทั้งยังคงอยู่ในกระแสเลือดได้นานถึง 72 ชม. สามารถป้องกันและลดการทำลายล้างจากสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายเรา ตลอดเวลาทั้งจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน อันเป็นสาเหตุของความเสื่อมและอ่อนแอของร่างกายโดยรวม โดยเฉพาะระบบหลอดเลือด หัวใจ ผิวหนัง และตา เมื่อรับประทานสารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นประจำจะทำให้ได้รับสาร OPCs เข้าไปยับยั้งการเสื่อมสลายของคอลลาเจนใต้ผิวหนัง จึงช่วยชะลอการเสื่อมของผิวพรรณไม่ให้แก่ก่อนวัยอย่างตรงจุด ปริมาณการใช้ วันละ 20-60 มก.

          2. ชาเขียว ใน ชาเขียวประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระประเภทฟลาโวนอยด์ ที่ทรงพลังหลายชนิด โดยเฉพาะสาร EGCG ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง โดยมีฤทธิ์มากกว่าวิตามินอีถึง 20 เท่า มีผลการวิจัยพบว่าชาเขียวสามารถลดอัตราการเป็นมะเร็งของอวัยวะต่าง ๆ ได้ดี โดยเฉพาะมะเร็งปอด, มะเร็งลำไส้, มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งตับ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเป็นพิษจากการสูบบุหรี่ เช่น นิโคติน และน้ำมันทาร์ เป็นต้น ปริมาณการใช้ วันละ 300-1,000 มก.

          3. สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส เป็น สารต้านอนุมูลอิสระที่ออกฤทธิ์ได้ดีอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งนอกจากประโยชน์ในการแก้ปัญหาเรื่องฝ้าด้วยการควบคุมการทำงานของกระบวน การสร้างเม็ดสีในร่างกายให้อยู่ในสภาวะที่สมดุล ไม่ผลิตเม็ดสีออกมาผิดปกติจนเป็นฝ้า, กระ แล้ว ยังมีประโยชน์ต่อผิวพรรณและสุขภาพร่างกายโดยรวมอีกด้วย ปริมาณการใช้ วันละ 75 มก.

          4. โคเอ็นไซน์คิวเท็น มี หน้าที่หลักในกระบวนการสร้างพลังงานในระดับเซลล์ เพื่อให้เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างปกติ หากร่างกายขาดโคเอ็นไซม์คิวเท็นถึง 75% ก็อาจเสียชีวิตได้ ทั้งนี้เซลล์ที่ต้องการพลังงานสูงและมีความต้องการโคเอ็นไซม์คิวเท็นมากเป็น พิเศษ ได้แก่ เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เซลล์สมอง เพื่อให้มีความตื่นตัว เพิ่มทักษะในการจดจำและผ่อนคลายจากความตึงเครียด ส่วนเซลล์ผิวหนังต้องการโคเอ็นไซม์คิวเท็นเพื่อช่วยฟื้นฟูความสดใส ปริมาณการใช้ วันละ 6-15 มก.

          5. แนทเชอรัลเบต้าคาโรทีน เป็น สารตั้งต้นของวิตามินเอ นอกจากประโยชน์ในการบำรุงสายตาและผิวพรรณแล้ว เบต้าแคโรทีนยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งที่ปอดจากการสูบบุหรี่จัด ลดการก่อเซลล์มะเร็งที่ผิวหนัง และทำให้ผิวหนังสามารถต้านทานต่อแสงแดดได้นานยิ่งขึ้น เบต้าแคโรทีนจากธรรมชาติที่สกัดได้จากสาหร่าย D.Salina จะเป็นแหล่งของเบต้าแคโรทีนที่เข้มข้น และปลอดภัยกว่าชนิดทั่วไปที่เป็นเคมีสังเคราะห์ ปริมาณการใช้ วันละ 6-15 มก.

          6. ลูติน เป็น สารธรรมชาติพบได้มากในพืชผักที่มีสีเขียวเข้ม เช่น ผักกาดเขียว ใบหยิก ผักปวยเล้ง ในชีวิตประจำวันนอกจากจะต้องเผชิญกับรังสียูวีในแสงแดดที่กระทบต่อดวงตาโดย ตรงแล้ว ยังต้องเจอกับแสงจ้าจากเครื่องคอมพิวเตอร์และทีวีวันละหลายชั่วโมง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เซลล์ในตาอ่อนแอหรือเสื่อมสภาพและตาบอดได้ ซึ่งการรับประทานลูตินจะเป็นสารอาหารที่ช่วยป้องกันการเสื่อมของจุดรับภาพ และจอประสาทตาได้ดี เพราะมีส่วนรวมในการทำงานของเอนไซม์ต่าง ๆ ที่สำคัญ ปริมาณการใช้ วันละ 6-20 มก.

          7. กรดอัลฟ่าไลโปอิค สาร ต้านอนุมูลอิสระธรรมชาตินี้ทำหน้าที่สำคัญ ๆ หลายอย่างในร่างกาย การใช้เป็นอาหารเสริมจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยปรับปรุงกระบวนการเผาผลาญ น้ำตาลให้เป็นพลังงาน จึงช่วยป้องกันและบรรเทาโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานได้ดี ปริมาณการใช้ วันละ 50-200 มก.

          8. สารสกัดจากใบแปะก๊วย ฤทธิ์ ในการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดจากใบแปะก๊วยเป็นผลมาจากสารในกลุ่มฟลาโวนไกล โคไซด์ ที่มีอยู่กว่า 20 ชนิดในใบแปะก๊วย ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้ ทั้งนี้นอกจากคุณสมบัติอันโดดเด่นในการป้องกันความเสื่อมของเซลล์สมองและ ช่วยบำรุงสุขภาพสมองอย่างมีประสิทธิภาพจนเป็นที่ยอมรับทั่วโลกแล้วนั้น คุณสมบัติในการเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตทั่วร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สมองยังช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตันได้อย่างตรงจุด เช่นกัน ปริมาณการใช้ วันละ 40-80 มก.

          9. วิตามินซี นอก จากประโยชน์ในการเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยป้องกันโรคหวัด และบรรเทาอาการภูมิแพ้แล้ว วิตามินซียังช่วยสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวพรรณ คลายความเครียด ความอ่อนเพลีย แก้สภาวะการเป็นหมันในผู้ชาย โดยช่วยเพิ่มความแข็งแรง และปริมาณของตัวอสุจิอีกด้วย ปริมาณการใช้ วันละ 1,000-4,000 มก.

          10. วิตามินอี ช่วย ในเรื่องการบำรุงผิวพรรณ ป้องกันโรคหัวใจและการอุดตันของเส้นเลือดในหัวใจ ทั้งยังช่วยป้องกันการกลายพันธุ์ของเซลล์อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง ต่าง ๆ การรับประทานวิตามินอีในระยะยาวยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูก หมาก และลดอัตราการตายของผู้ชายที่สูบบุหรี่จัด ปริมาณการใช้ วันละ 200-400 มก